ชื่อแบรนด์ มีความสำคัญแค่ไหน?

การคิดชื่อแบรนด์หรือชื่อร้าน ไม่ใช่เรื่องยากแต่มีความสำคัญมาก เพราะชื่อแบรนด์ที่ดีและโดนใจผสมกับสินค้าหรือบริการที่ดี จะสร้างความน่าจดจำในใจของลูกค้า บางรายทำสินค้าและบริการดีมาก แต่ลูกค้านึกไม่ออกหรือเรียกชื่อไม่ถูกก็น่าเสียดายนะครับ สำหรับเฟรชเก็ตแล้ว การตั้งชื่อแบรนด์นั้นมีองค์ประกอบ 4 อย่างครับ

รู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร: เราต้องชัดเจนก่อนครับว่าใครคือลูกค้าของเรา แล้วลูกค้าเรามีลักษณะแบบไหน อายุ การศึกษา ไลฟ์สไตล์ เป็นอย่างไร ตัวอย่างเช่น ‘เฟรชเก็ต (Freshket)’ เรารู้แล้วว่ากลุ่มเป้าหมายเรา คือ เจ้าของร้านอาหารรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 20-45 ปี การศึกษาสูง มีความมุ่งมั่น ท้าทาย ชอบท่องเที่ยวเพื่อหาแรงบันดาลใจ

สื่อความหมาย: เมื่อเรารู้แล้วว่าลูกค้าเราเป็นใคร แล้วต้องคิดต่อว่าการสื่อความหมายแบบไหนที่เค้าเข้าใจได้ง่ายและตรงกับความชอบด้วย คือกลุ่มเป้าหมายกับความหมายหรือความชอบมันต้องสอดคล้องกันนะครับ สำหรับร้านอาหาร บางครั้ง การสื่อความหมายก็ส่วนหนึ่งแต่การตั้งชื่อให้ตอบโจทย์ความชอบก็สำคัญ เพราะชื่อร้านคือการรับรู้ตำแหน่งของแบรนด์ส่วนหนึ่งด้วยครับ

ลองนึกง่ายๆแบบนี้ ถ้าลูกค้าคุณคือคนอายุ 25-40 ปี รายได้ 60,000 บาทขึ้นไป การศึกษาระดับปริญญาตรีจากต่างประเทศ ชอบท่องเที่ยวต่างประเทศและซื้อของแบรนด์เนม ร้านของคุณขายอาหารไทยฟิวชั่น แต่ตั้งชื่อร้าน ‘กุลสตรีไทย’ นอกจากจะไม่สื่อความหมายแล้ว ยังไม่ดึงดูดความชอบหรือสร้างความอยากให้กับกลุ่มลูกค้าด้วย การรับรู้ของแบรนด์ก็จะผิดเพี้ยนไปครับ

จำง่าย ออกเสียงไม่ยาก: ผมว่า ชื่อสั้นหรือยาว อาจจะไม่สามารถกำหนดเป็นหลักเกณฑ์แน่นอนได้ในยุคนี้ ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มลูกค้าคุณเข้าใจได้หรือไม่ แต่ควรต้องจำง่าย และออกเสียงไม่ยากครับ เพราะถ้าเค้าเกิดประทับใจสินค้าหรือบริการคุณด้วยแล้ว ชื่อแบรนด์ที่จำง่ายจะติดเข้าไปอยู่ในหัวเค้าทันทีครับ

อย่าคิดเยอะ: ที่ผมบอกว่าการตั้งชื่อไม่ใช่เรื่องยาก เพราะบางครั้งการตั้งชื่อมันมักจะเกิดจากอะไรที่ง่ายๆ แล้วค่อยเอามาคิดต่อยอดครับ อย่าคิดเยอะเกินไป เพราะมันจะคิดไม่ออก

ตัวอย่างเช่น ‘เฟรชเก็ต (Freshket)’ มันเกิดจาก เราอยากทำตลาดของสด (เราทดกลุ่มลูกค้าไว้ในใจ) แน่นอนว่า เราอยากมีคำว่า ‘เฟรช (Fresh)’ เริ่มจากตรงนั้นเลยครับ แล้วคิดต่อ ควรเป็น เฟรช (Fresh) อะไรดี Freshget Freshkey หรือ Freshbet ลองพูดซ้ำๆดูครับ มันไม่เข้าปาก สุดท้ายเอา Market มาผสมครับ แล้วลองออกเสียงดู 3 ครั้ง เฟรชเก็ต (Freshket)…เฟรชเก็ต (Freshket)….เฟรชเก็ต (Freshket) รู้สึกเข้าปากและสื่อความหมายที่กลุ่มเป้าหมายเข้าใจได้ เราเลยตกลงใช้ชื่อนี้ครับ Fresh + Market = Freshket (เฟรชเก็ต)