จาก 200 สู่ 2,000 กับการเติบโตของเฟรชเก็ต

จาก 200 สู่ 2,000… 1 ปี กับการเติบโตของเฟรชเก็ต

หลังจาก Beta version ที่ได้ Launch ตลาดสดออนไลน์สำหรับร้านอาหาร ออกไปในช่วงที่อยู่ใน Bootcamp ของ DTAC Accelerate เฟรชเก็ตสามารถเรียกความสนใจจาก Prospect User ได้ถึง 600 รายภายใน 48 ชั่วโมง และในปีเดียวกันหลังจากนั้น ระหว่างที่เฟรชเก็ตพัฒนาให้แพลตฟอร์ม สามารถใช้ซื้อขายของสดสำหรับร้านอาหารได้จริง ก็มี user เข้ามาลงทะเบียนรอใช้งานกว่า 200 คน ทั้งที่ยังไม่เปิดตลาด

“แต่ความตื่นเต้นมันอยู่ตรงที่ จาก 200 คนวันนั้น ผ่านมา 1 ปี หลังจากที่เราเปิดตลาดไป วันนี้มีลูกค้ามารอใช้เฟรชเก็ตถึง 2,000 คน ซึ่งเกินกว่าพันคนเป็นร้านอาหาร ส่วนที่เหลือเป็นซัพพลายเออร์” นางสาวพงษ์ลดา พะเนียงเวทย์ ซีอีโอกล่าว

กว่า 2,000 รายที่เข้ามานั้น ไม่ใช่ว่าทุกรายจะได้ทำการซื้อขายในตลาดเฟรชเก็ต ในส่วนของซัพพลายเออร์ต้องมีการผ่านมาตรฐานคุณภาพที่กำหนด ในส่วนของร้านอาหารเอง ร้านที่อยู่นอกพื้นที่ให้บริการก็ยังคงต้องอดใจรออีกสักหน่อย

“อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากที่คิดว่า Product-Market fit แล้ว แต่พอถึงจุดที่ scale ไปทั่วกรุงเทพในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา เรารู้เลยว่า เราต้องทำการบ้านอีกหลายอย่าง ร้านอาหารไม่ได้คาดหวังเพียงแค่จะหาซัพพลายเออร์เจอ แต่คาดหวังคุณภาพการบริการจากซัพพลายเออร์ บนต้นทุนที่เหมาะสมด้วย และมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องส่งตรงเวลา แต่เป็นการบริการในทุกๆ ด้าน เราในฐานะที่เป็นตลาดตรงกลาง เลยถอยกลับมาก้าวหนึ่งแล้วคุยกันว่า ตัวเลข J Curve ที่เราเห็นกัน มันจะไม่ยั่งยืนแน่ๆ หากเราไม่สามารถทำให้ซัพพลายเออร์ส่งมอบบริการให้กับร้านอาหารได้อย่างที่ต้องการ”

การ monitor และเก็บ learning อย่างใกล้ชิด ทำให้รู้ตัวเร็ว และนั่นก็คือข้อดีของการเป็นสตาร์ทอัพ ที่เมื่อสร้างอะไรขึ้นมาแล้ว มีการวัดผลจริงจัง เรียนรู้กับมัน ถ้ามันไปผิดทิศผิดทาง ก็ยอมรับ ปรับตัว แล้วลุยใหม่ เฟรชเก็ตได้ตั้งสมมติฐานใหม่ ปรับโมเดล แล้วลองทดสอบดู 2 เดือน ซึ่งผลที่ได้นั้น เห็นได้ชัดมากว่ากำลังเดินไปในทางที่ถูกต้อง เพราะตัวเลขที่ชี้วัดทั้งในเรื่องของการหาลูกค้าใหม่  การรักษาลูกค้าที่ได้เข้ามาซื้อกับเฟรชเก็ตแล้ว รวมไปถึง Prototype ของ Platform ต้นแบบที่พร้อมจะ scale ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้ จึงเป็นที่มาของการ pivot ไปสู่โมเดลของการเป็น Supply Chain Platform มากกว่าการเป็นเพียงตลาดหรือ Marketplace ให้ซัพพลายเออร์กับร้านอาหารมาซื้อของกัน ถึงแม้ว่าเฟรชเก็ตจะต้องกลับมาจำกัดพื้นที่ให้บริการจากเดิมที่มีการจัดส่งทั่วกรุงเทพ

นางสาวพงษ์ลดากล่าวเพิ่มเติมว่า “การเป็น Supply Chain Platform ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็ต้องทำ เพราะมันจะช่วยให้ต้นน้ำหรือผู้ผลิตเจอกับผู้บริโภคหรือร้านอาหารได้เร็วขึ้น ซึ่งมันจะทำให้เฟรชเก็ต ช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบอาหารให้กับร้านอาหารได้ นอกจากนั้นแต่ละส่วนที่จะเข้ามาอยู่ใน Platform ก็จะต้องให้บริการตามมาตรฐานที่เราวางไว้ทั้งในส่วนของลอจิสติกส์ โรงตัดแต่งบรรจุ หรือผู้ผลิตเองก็ตาม ซึ่งมันก็จะช่วยให้ร้านอาหารได้รับบริการด้วยคุณภาพที่เหมาะสม”

เฟรชเก็ตยังคงไม่ได้หยุดการเติบโตไว้เพียงเท่านี้ แต่ก้าวต่อจากนี้มันจะแข็งแรงมากขึ้น จากที่เคย scale ด้วยการเปิดพื้นที่ทั่วกรุงเทพในคราวเดียว  เฟรชเก็ตจะใช้โมเดลที่ทดสอบและประสบความสำเร็จแล้ว ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ แม้ว่าช่วงทดสอบจะให้บริการกับร้านอาหารเพียงย่านสุขุมวิท ย่านถนนเพชรบุรี และถนนพระรามเก้า แต่เฟรชเก็ตขยายเพิ่มเติมแล้วในย่านกรุงเทพชั้นในสามย่าน-ปทุมวัน  บางรัก สาทร-นราธิวาสฯ ประตูน้ำ ราชเทวี-พญาไท อารีย์-สะพานควาย และมีการทดสอบเพิ่มเติม ในพื้นที่กรุงเทพรอบนอก ในย่านแจ้งวัฒนะ-5แยกปากเกร็ด ประชาชื่น-งามวงศ์วาน ติวานนท์-สนามบินน้ำ ห้าแยกลาดพร้าว-แยกเกษตรฯ หลักสี่-สนามบินดอนเมือง